Doraemon The Movie 2008 [ ตอน โนบิตะกับต้นไม้ยักษ์ในตำนาน ]

ถ้าพูดถึงการ์ตูน อมตะ คลาสสิค ออริสจินอล . . . และเป็นขวัญใจเด็ก ๆ ก็คงมีหลายเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่การ์ตูนเรื่องนึงที่คงติดอันดับท๊อบเทนการ์ตูนยอดนิยมแน่ ๆ (ถ้าหากมีการทำโพลสำรวจ) การ์ตูนเรื่องนั้นก็คงหนีไม่พ้น Doraemon ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าคนอื่นคิดยังไงกับการ์ตูนเรื่องนี้ (แต่ส่วนใหญ่ผมว่าเขาก็ชอบดูกันนะ) แต่สำหรับผมแล้ว ผมชอบการ์ตูนเรื่องนี้มากเลยทีเดียว แทบจะเป็นการ์ตูนเรื่องเดียวที่ผมชอบขนาดนี้ก็ว่าได้ อย่างการ์ตูนเรื่องอื่นดูไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เบื่อ แต่สำหรับโดเรม่อน ผมยอมรับเลยว่าผมเคยดูวันนึง 4-5 ตอนเลยทีเดียว (ตอนยาว ๆ นะ)
ผมว่าการ์ตูนเรื่องนี้มีเสน่ห์หลาย ๆ อย่างที่ทำให้ผมติดงอมแงมได้ขนาดนี้ อาจเป็นเพราะว่าผมชอบ จินตนาการ มั้งครับ บางทีโลกแห่งความจริงผมไม่ได้มีทุกอย่าง แต่ในการ์ตูนเรื่องนี้มันทำให้ผมรู้สึกได้ว่าผมมีทุกอย่างเท่าที่จินตนาการผมจะไปถึง แต่ในขณะที่หลาย ๆ คนบอกว่าการ์ตูนเรื่องนี้ “เพ้อฝัน” ทำให้เด็กอยู่ในความฝัน ไม่ยอมรับความจริง ถึงกับเคยมีบทความอันนึงในเว็บเด็กดี ซัก 2-3 ปีได้แล้วมั้ง
เค้าตั้งชื่อบทความว่า “อยู่ในโลกแห่งความจริงที่โหดร้าย ดีกว่าอยู่ในความฝันที่สวยงาม” (ประมาณนี้ครับ นานแล้วผมจำได้ไม่ตรงทุกคำหรอก) ในบทความนี้เค้าจะบอกเรื่องที่คนมักฝันไปต่าง ๆ นา ๆ แล้วก็มากล่าวว่ามัน “ไม่มีทางเป็นจริง” แล้วก็พูดอิงหลักนิด ๆ หน่อย ๆ ว่าเป็นจริงไม่ได้เพราะอะไร เท่าที่ผมจำได้ก็มีนิดหน่อย เช่น
ไทม์แมชชีน ไม่มีทางเป็นจริงเพราะ คุณลองคิดดูนะครับ ยาย –> แม่ —> ผม แล้วถ้าผมนั่งไทม์แมชชีนไปฆ่ายาตอนเด็กๆ ก็เท่ากับว่าไม่มียาย ไม่มีแม่ และก้ต้องไม่มีผม แล้วใครฆ่ายาย . . . ตรงนี้จะบอกว่าไม่เห็นเกี่ยวกับว่าจะไม่มีไทม์แมชชีนนิ ที่จริงไอสไตล์ (สะกดถูกไหมหว่า ??) เองก็เคยพูดถึงไทม์แมชชีนก่อนเขาจะตายไว้นิดหน่อยว่า เราสามารถย้อนไปดูอดีตได้ แต่เราไม่อาจจะสามารถแก้ไขได้ เพราะไทม์แมชชีนในความคิดเค้าก็คือ พาหานะที่มีความเร็วสูงมากๆ (มากกว่าแสง) มากพอที่จะตามแสงในอดีต เพื่อไปดูอดีตได้ แต่แน่นอนมันเป็นแค่แสง เราดูได้แต่แก้ไขไม่ได้
แล้วก็อีกอย่างนึง ที่จำได้ อันนี้พูดถึงโดเรม่อน คนเขียนบทความกล่าวไว้ว่า
โดเรม่อน ไม่มีทางมีจริงๆหรอก คุณลองคิดดูนะครับ ถ้ามีจริงๆ ผมใช้ไฟฉายขยายส่วนให้ผมตัวใหญ่ ๆ คนอื่นก็ทำไรผมไม่ได้แล้วจริงไหม?? . . . อันนี้ก็อยากจะบอกว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกับการที่จะมีโดเรม่อนไม่ได้ตรงไหน มันก็เหมือนกับเราพูดว่า “ไม่มีทางมีปืนจริงๆ หรอก เพราะถ้ามีจริงๆ เราก็คงยิงใครก็ได้ ใครก็ทำไรเราไม่ได้” อะไรประมาณนั้น
คือยังมีอีกหลายเรื่องเลยนะครับ แต่ผมจำไม่ได้
ผมว่าความฝัน “ทุกอย่าง” เป็นจริงได้ อยู่ที่ว่าเรากล้าที่จะ “เชื่อ” ในความฝันของเรารึป่าว ขนาดไอสไตล์เอง(ตานี่อีกแล้ว ??) ยังบอกเลยครับว่า “จินตนาการ” นั้นสำคัญขนาดไหน หลาย ๆ ครั้งที่เขาก็ใช้ “จินตนาการ” ในการจำลองหลายๆอย่างที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ เพื่อหาทางที่จะพิสูจน์มัน ว่ามันเป็นจริงได้ แล้วเขาก็ทำสำเร็จจนได้ออกมาเป็น ทฤษฏีสัมพันธภาพ แล้วยังมีอีกหลาย ๆ อย่างนะครับที่ความฝันสร้างความจริงได้ ขอแค่ “เชื่อ” ว่ามันจะเป็นจริง อย่างเช่น ความฝันที่จะทำให้มนุษย์บินได้ของสองพี่น้อง(อะไรซักอย่าง) คนสมัยนั้นเองก็บอกว่าไม่มีทางเป็นจริง ทั้งๆ ที่เขาเองก็ยังไม่ได้ลองพิสูจน์ด้วยซ้ำ แล้วก็ความฝันที่จะทำหลอดไฟของเอดิสัน หรือแม้แต่ความฝันที่เรื่องเกี่ยวกับโทรศัพท์ ที่คนสมัยนั้นคงไม่คิดแน่ ๆ ว่าจะเป็นจริง ที่จริงถ้าพูดเรื่องตรงนี้น่าจะพูดถึงเรื่อง กฏการดึงดูด ด้วย แต่พอก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะยาวเกินไป
จะว่าไปผมก็นอกเรื่องไปซะยาว(เก่งไหมล่ะ) ที่จริงแล้วเนื้อหาที่ผมจะพูดถึงก็คือ โดเรม่อนตอนใหม่ที่จะเข้าฉายในปี 2008 นี้ . . .

ในที่สุดก็มีข่าวออกมาซักทีนะครับ สำหรับ “โดเรม่อน” การ์ตูนสุดโปรดของผมตั้งแต่วัยแบเบาะ หลังจากที่ไม่มีโดเรม่อนเดอะมูฟวี่มาซัก 2 ปีได้แล้วมั้ง (ปกติจะมีทุกปีอะนะ) ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีข่าวแว่ว ๆ มาว่าจะมีตอนใหม่ “Doraemon Nobita to Midori No Kyojinden” หรือในชื่อภาษาไทย (อย่างไม่เป็นทางการ) ว่า “โนบิตะกับต้นไม้ยักษ์ในตำนาน” เข้าฉายในปี สองพันแปด นี้ แน่นอน . . . รึป่าวอันนี้ผมขอไม่คอนเฟริ์มนะคร๊าบบบ
3 Comments »
RSS feed for comments on this post. TrackBack URL
ที่ MIT ทุกอย่างเป็นไปได้
ชอบดูเหมือนกันโดเรม่อน แม้โนบิตะจะดูงี่เง่าทุกที
แต่ก็ยังชอบอยู่ดี
เดี๋ยวจะรอดูละกัน (รึเปล่าไม่แน่ใจ)